.

Monday, April 22, 2013

ไปมาแล้ว...เชียงคาน สีสันวันวาน ณ เมืองเลย

ไปมาแล้ว...เชียงคาน สีสันวันวาน ณ เมืองเลย  
     เชียงคาน เมืองเล็ก ๆ สงบร่มเย็น เป็นหนึ่งในอำเภอสุดเขตชายแดนไทย ริมลำน้ำโขง อยู่ ๆ สถานที่แห่งนี้ ก็เกิด นิยมในหมู่บรรดา นักท่องเที่ยว ได้อย่างไร..?


     หนึ่งในเสน่ห์แห่งเชียงคานน่าจะเป็นสัญลักษณ์เลยก็ว่าได้ คือเรือนไม้ บ้านไม้ ทรงสมัยเก่า บนถนน ทอดยาว เส้นนี้ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ ประกอบกับ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยว ปากต่อปาก และร้านค้ามากมายที่ผุดขึ้นรองรับจำนวนนักท่องเที่ยว ที่มากขึ้น รวมทั้งที่พักบรรยากาศเก่า ๆ แบบโฮมสเตย์ เรือนไม้ ริมแม่น้ำโขง น่าเป็นเครื่องมือดึงดูดให้นักท่องเที่ยว ทยอยกันเดินทางมาเยี่ยมเยือน เมืองเชียงคานแห่งนี้ นั่นเอง...


     ทริปนี้ อันที่จริง เป็นการเดินทางไปงานแต่งญาติที่ขอนแก่น ก่อนหน้านี้หลังจากรู้ตัวว่าต้องเดินทางมาภาคอีสาน เราเริ่มค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว อันน่าจะเป็นเส้นทางผ่าน หรือใกล้เคียง แถว ๆ นั้น ด้วยความที่ คณะเดินทางของเราครั้งนี้ มีทั้งเด็ก และ ผู้สูงวัย ดังนั้น จำต้องหลีกเลี่ยง การปีนขึ้นที่สูงอย่างพวก การขึ้นภู ขึ้นเขาทั้งหลาย  เชียงคาน...แว๊บเข้ามาในสมอง และน่าจะเหมาะสุดแล้ว สำหรับคณะเดินทางเรา สรุปทริปนี้ เสร็จงานแต่ง เรามุ่งไปที่ เชียงคาน  เนื่องจาก เดินทางจากหาดใหญ่ ระยะทางไกลโขเลย จึงตัดสินใจไปด้วย รถตู้ เพื่อความสะดวกในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะ พวกเด็ก จอมวายร้าย...!!  


     ก่อนออกจากที่พักที่ขอนแก่น ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ตามสใตล์วัยรุ่น (ตรงไหน..?)


     ระหว่างทาง บรรยากาศเย็นสบาย หลับตลอดตั้งแต่ออกจากขอนแก่น จนเข้าเขต จ.เลย  เริ่มหนาวขึ้นเป็นระยะ  หลังจากนอนไปหนึ่งตื่น ลืมตามาเห็นสิ่งสะดุดตาเข้าอย่างจัง ที่ข้างทาง  มันคือ...




     ร้านขายหมวกไหมพรม ครับ... เข้ากับบรรยากาศ เย็น ๆ สบาย ๆ ช่วงที่เรามาเป็นช่วงต้นฤดูหนาวพอดี และไม่ลืมที่จะสอยติดมือมา สองใบ (ลูกคนละใบ...จัดไป)....  

     และแล้วเวลายามเลยเที่ยงนิด ๆ  คณะเดินทางเราก็ได้ มาถึง เชียงคาน !!! และคนขับก็ขับไปเรื่อย ๆ ผ่านถนนเส้นตัวเมือง เลยออกนอกเชียงคานไป...อ้าว !!  ไม่ต้องตกใจ เพราะเรากำลังเดินทางไป ยัง แก่งคุดคู้ซึ่งอยู่ห่างไปอีกนิดหน่อย เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงกัน 



     ร้านอาหาร อันที่จริงมีหลายร้าน เรียงรายอยู่ริมแม่น้ำโขง ทานไปชมวิวริมโขงไป สบายอุรายิ่งนัก แต่....ต้องเลือกร้านหน่อย เราไปแบบ ไร้จุดมุ่งหมายและข้อมูลว่า ร้านไหนอร่อยมากน้อยเพียงไร เพียงแค่อาศัย ดูสถานการณ์เอาคนเยอะไว้่ก่อน ร้านไหนคนเยอะ ร้านนั้นจัดว่าน่าจะโอเค และร้านนี้ (ขออนุญาติไม่เอ่ยชื่อ) เป็นร้านที่คนเยอะสุด เพราะ ร้านอื่นข้าง ๆ ไม่มีคนเลย แต่ถ้าถามถึงรสชาด อาหาร...จัดว่า พอกินได้ ไม่เลิศเลอ ไม่มีเมนูเด็ด (อันที่จริง ทางร้านเค้าบอกให้ลองเมนูเด็ด ของทางร้าน แต่พอสั่งมาแล้วก็...ไม่ขออธิบาย แต่ เหลือเต็มจาน และที่สำคัญ รอนาน แถมไม่ได้อย่างที่สั่ง ที่ได้มากลับไม่ได้สั่ง..?)   เอ้า ... ถือว่าลองผิดลองถูก อิ่มท้องแล้วก็ เดินดูสถานที่ และถ่ายรูปสักนิด 


     หมวกที่ซื้อมาถือว่าได้ใช้ประโยชน์ เจ้าตัวเล็ก ทั้งสอง ใส่ ไม่ถอดเลย (ไม่อยากบอกเลยว่า ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน หมวกใบสีส้ม ถูกดึงลูกตาออกข้างนึงซะแล้ว...เด็กหนอเด็ก)


     จุดชมวิวตรงนี้ เวลาถ่ายต้องรีบนิดนึงนะ เพราะ มีแต่คนรอจ่อคิวจะถ่ายกับ หลักกิโลอันนี้เยอะทีเีดียว 




เด็กน้อยผู้เฝ้ารอ พ่อกับแม่ เอาแต่ถ่ายรูป แอ๊คท่าอยู่ไ้ด้ ... เซ็ง...!!







     หลังจากไปชมวิวยังแก่งคุดคู้เป็นที่เรียบร้อย เราได้ทำการ ค้นหาโรงแรม ซึ่งอันที่จริงได้จองไว้ก่อนที่จะมาแล้ว โรงแรมเล็ก ๆ บรรยากาศไม้ขัดมัน ซึ่งเป็นเหมือนกันเกือบทุกแห่งที่นี่ ถ้าคุณมาเชียงคาน แล้วอยากพักโีรงแรมหรู 5 ดาว มีอ่างอาบน้ำ มีห้องอาหาร คาราโอเกะ ฯลฯ อย่ามาเลยครับ เพราะคุณจะไม่ได้ซึมซับบรรยากาศ และมนต์เสน่ห์ เมืองเชียงคาน  และที่พักของเราคือ บ้านศรีสมบูรณ์ ห้องพักสบาย  ๆ ไม่หวือหวา มี 3 ชั้น WIFI พร้อม สำหรับนักท่องเน็ต โซเชียล ความแรงพอใช้ แล้วแต่ห้องไหนอยู่ใกล้จุดกระจายสัญญาณ ... หรือจะมานั่งเล่นตรงบริเวณ ที่ผมถ่ายรูป ก็ได้ เป็นห้องรับแขกรวม มีโต๊ะ และห้องครัวพร้อม

     สอบถามจาก พนักงาน ได้ความว่า ร้านค้าบนถนนเชียงคาน จะเริ่มเปิดราว 17.00 น. ดังนั้นมีเวลาเหลือพอที่จะนอนพักให้หายเหนื่อยได้ หนึ่งตื่น เดี๋ยว เจอกันแน่....เชียงคาน






17.00 น. ได้เวลาออกเดินทาง สตาร์ทด้วย การถ่ายรูปหมู่อีกหนึ่งแชะ เพื่อให้พอเป็นพิธี...(พิธีอะไร..?)


     ผิดคาด คาดไม่ถึง...หรืออะไรก็ตามแต่....ไม่มีคนเลยใจเริ่มแป้ว หรือว่าเชียงคานปิดปรับปรุง..? บ้าน่าเป็นไปไม่ได้ เค้าเปิดทุกวันนี่นา สอบถามจากคนแถวนั้น ได้ความว่า ร้านค้าจะเริ่มเปิด ยามเมื่อตะวันเริ่มลับฟ้า หรือพูดง่าย ๆ ว่า หกโมงเป็นต้นไป หากเดินตอนนี้ ก็ได้ แต่ก็มีร้านเปิดเพียงไม่กี่ร้าน ทำไงละทีนี้ เอ้า เดินเล่นริมโขงไปก่อนแล้วกัน






     และแล้ว ก็ได้เก็บภาพยามเย็น กับครอบครัว ณ เชียงคานแก้เก้อกันไป ออกมาเร็วเกิน แต่พอแดดเริ่มจาง ลมเย็นพัดโชย ก็บรรยากาศดีไปอีกแบบ และยังมีอีก หลาย ๆ คนที่ออกมาเดินพร้อมเรา และก็ต้องมาแวะถ่ายรูป ตรงนี้ แก้ขัดกันไป



เวลาย่ำค่ำ (เช็คเวลาที่ หกโมงครึ่ง ตามเวลาประเทศไทย...)...ถึงเวลาของเรา





เริ่มออกสตาร์ทเดิืนมาไม่เ่ท่าไร ก็สะดุดที่ร้านนี้ ต้องถ่ายครับ ...แค่ชื่อร้านก็พอบอกได้เป็นนัย ว่า เจ้าของร้านมีกี่คน..ลองทายดูสิ ?





     ตอนนี้เพิ่งเริ่มค่ำ คนยังมีไม่เยอะมาก อันที่จริงเราก็คิืดในใจว่า เอ๊....มันต่างจากที่คาดคิดไปมากมายนัก เราวาดภราพไว้ว่า มันต้องคนเดินสวนกันไปมา ขวักไขว่ วัยรุ่น วัยทำงาน ตลอดจนคนสูงอายุ น่าจะมากันเยอะกว่านี้ สอบถามจากแม้ค้าอีก...เค้าว่าถ้าเป็น ศุกร์ เสาร์ คนเยอะมาก ร้านเปิดเต็มอัตราทุำกร้าน เรามาไม่ตรงวันสุดสัปดาห์ ก็มีคนเดินพอประปราย...



     เวลาล่วงเลยไป ประมาณ สองทุ่ม เริ่มมีคนหนาตามากขึ้น ระหว่างทางเริ่มเห็นผู้คนมากมายออกเดินทางมา บางคนเดิน บางคน เช่าจักรยาน ซึ่งระยะทางเดิน หากเดินสุด ตั้งแต่ต้นถนน ก็จัดว่า ไกลทีดียว  ที่พักที่นี่ทุกแห่ง มีให้เช่า ...








     ไม่ผิดหวังครับ คนเริ่มออกมาเดินเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนค้ารู้เวลาว่าควรออกมาช่วงกี่โมง เพราะ จากตอนแรก เทียบกับตอนนี้ ผมว่า คนเยอะมากทีเดียว ความรู้สึกคึกคักเริ่มเข้ามาแทนที่...


แต่เอ๊ะ..!!  จักยานคันนี้ ติดเลขทะเบียนสวยเชียว ไม่ทราบว่า ออกโดยกรมขนส่งทางบก หรือไม่ ?










 แม่ลูก ดูมีความสุขกับการถ่ายรูป บรรยากาศเมืองเก่า ๆ ของที่นี่ซะเหลือเกิน








แวะที่มุมนี้ เห็นมันดูเก่าแก่ ขลังดีทีเดียว ไม่ลืมที่จะ ถ่ายไว้เป็นที่ละลึก ซัก 10 - 20 ใบ (เยอะไปมั้ง..)




     อ้าว !!! เจอดารา ฮอลลีวู้ด เข้าให้ คุณหมีพูห์ เพื่อนเรา มารับจ๊อบ ขาย น้ำชา กาแฟ แถวนี้นี่เอง....ขับเองซะด้วย แหม แอ๊คท่าซะ ใบขับขี่มีมั้ยเี่พ่..?  (ลูกชายเรา ทำไมต้องปิดหน้าปิดตาซะขนาดนั้น...?)







เรียกได้ว่า ใครชอบถ่ายรูป ไม่ผิดหวังครับ มีอะไรแปลก ๆ ให้คุณได้แอ๊คท่า ถ่ายกันเหนื่อยเลยทีเดียว...


เลขทะเบียนสวย ๆ ประมูลไม่ได้นะ ที่นี่ ขายอย่างเดียว ...แต่ละอัน อ่านแล้ว วี๊ดวิ้ว....ขำ ๆ กันไป





















     ตรงจุดนี้ครับพบกับไฮไลท์อันน่ารัก น่าเอ็นดู วงดนตรี อะคูเลเล่ และ กีตาร์ ทั้งยังมี กลองชุดเล็ก ๆ คอยกำกับจังหวะ เป็นสีสันอันน่าตื่นตาแก่ผู้ผ่านไปมา คนมุงเพียบ ลูกชายทั้งสอง ยืนดูอยู่พักใหญ่ทีเดียว...เป็นไอเดียที่ถือว่าสร้างสรรค์มาก เด็ก ๆ เหล่านี้ เท่าที่ดูอายุน่าจะอยู่ประมาณรุนเด็กประถม เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ดีกว่าปล่อยให้ไปเป็นเด็กแว๊น สร้างความรำคาญแก่ชาวบ้าน  หรือจะฝึกลูก ๆ เราทำแบบนี้บ้าง..? นึกภาพลูก สองคน ถือกีตาร์คนละตัว เอาพ่อไปตีกลอง.... อืมม์ ท่าจะยาก


และนี่คืออีกหนึ่งไฮไลท์จากเจ้าลูกชายตัวดี ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย ทำไปได้ เกิดอะไรขึ้น กรุณาดูให้จบ แล้วจะพบความฮา



เดินมาซะนานเริ่มเหนื่อย จักรยานใครหว่า ยืมหน่อย...(ของเค้าโชว์ไว้ดี ๆ จะขโมยอีก)










ถ่ายรูปกันมาซะเหนื่อยแล้ว ทีนี้เรามากล่าวถึงเรื่องอาหารการกินบ้างท่าจะดีไม่น้อย


      ของกินที่จัดว่าเป็นอาหารพื้นเมืองของที่นี่น่าจะเริ่มที่ข้าวเปียกเส้น(บางพื้นที่อาจเรียก ก๋วยจั๊บญวน) ในชามประกอบด้วยเส้นกลม ๆ ยาว ๆ ขาว ๆ ใส่ลูกชิ้น หมูยอ หมูสับ คละกระเทียมเจียว ในน้ำซุปสูตรลับต้นตระกูลของทางร้าน (เค้าว่างั้น) คนกินกันเยอะทีเีดียว อร่อยหรือไม่ควรไปชิมด้วยตัวเองครับ









     นอกจากข้าวเปียก อาหารพื้นเมือง ตลอดทางก็จะพบกับอาหาร แบบสมัยก่อน พวกขาวเกรียบทอด บาง ๆ กล้วยปิ้ง กล้วยทับ มันปิ้ง ข้าวเหนียวปิ้ง ไส้กล้วย เผือก ข้าวจี่ หรือถ้าชอบ แนวทอดกรอบ มีกุ้งที่เค้าจับจากแม่น้ำโขงแบบสด ๆ มาทอดกรอบ ทั้งแบบทอดแป้งกลม ๆ หรือ จะเอาแบบเสียบไม้ ก็มี กินสะดวก กินไป เดินช้อปปิ้ง ถ่ายรูปไปเพลิน ๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบ




     ในที่สุดก็ค้นพบความแตกต่าง เมี่ยงคำที่เราเคยคุ้นเคย แพ็กใส่ถุง แยกเครื่องปรุง ที่นี่ไม่ใช่ครับ เค้ายืนทำสด ๆ คือเราสั่งเค้าได้เลยว่า ใส่อะไร ไม่ใส่อะไร บางคนไม่ชอบพริก ก็ไม่ต้องใส่ ไม่ชอบหัวหอม ก็ไม่ต้องเอา บอกแม้ค้า เดี๋ยวเค้าจัดให้ เมี่ยงคำ เป็นคำ ๆ ราดน้ำจิ้ม ห่อให้เสร็จสรรพ เสียบไม้่ขายยังกับเป็นลูกชิ้นปิ้ง เดินกินได้สะดวก ไม่ต้องมาห่อเอง หยิบไม้ อ้าปาก กินทันที น่าจะเรียก เมี่ยงเป็นคำ ๆ ...


     หลังจากเดินมาพอสมควรบวกกับสัญญาณฟ้าร้อง เตือนว่าให้รีบกลับเถิด ฝนตกแน่ ๆ จำต้องปิดทริปแต่เพียงเท่านี้ แต่ยังครับ มีสิ่งที่ต้องทำอีก...




ลองเอาหมวกลูกมาใส่ .... เด็กใ่ส่น่ารัก ผู้ใหญ่ใส่น่า.....(แล้วแต่จะคิด...)





     นี่ครับ สิ่งที่ต้องทำ เวลามาเที่ยวเชียงคานจึงจะถือว่าปิดทริป  การใส่บาตรยามเช้า ถือเป็นประเพณีปฏิบัติอันควรยิ่ง และขอขอบคุณสาวประเภทสอง บ้านข้างเคียง ที่เอื้อเฟื้อ และชวนเราทำบุญร่วมในวันเกิดของเขา และเขายังไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าต่อ พวกเราขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ






อิ่มบุญอิ่มกุศลกันถ้วนหน้า ถือเป็นการบอกลาเชียงคาน เมือง แห่งวันวาน แห่งนี้






     ก่อนกลับ ก็ต้องทำตามธรรมเนียม ถ่ายรูปหน้าที่พัก ลืมบอกไปว่า ที่นี่เค้ามีอาหารเช้าให้ แต่เป็นการรู้กันระหว่างเจ้าของกับร้านอาหาร ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักไปอีกนิดหน่อย เดินไปสั่งได้เลย คนละหนึ่งเมนู  และเจ้าของยังใจดี ซื้อปาท่องโ๋ก๋มาให้ทาน เป็นอาหารเช้าอีกด้วย น่าประทับใจจริง ๆ บ้านศรีสมบูรณ์

พูดถึงปาท่องโก๋ จะขาดเสียมิได้ ปาท่องโก๋ยัดไส้ !!!

     ว่ากันว่า ปาท่องโก๋ยัดไส้ ถือกำเนิดที่นี่ เป็นที่แรกของประเทศไทยเลย จากปาท่องโก๋ ธรรมดา นำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการ ใส่ไส้เข้าไป หมูหยอง หมูสับ และเครื่องเคียง ทำให้กลายเป็นอาหารไม่ธรรมดายามเช้าของที่นี่เลย ใครอยากกินต้องไปที่ตลาดสดเชียงคานตอนเช้า ต้องรีบนะ เพราะคิวยาวมาก ๆ อยากได้ของดีของอร่อย ก่อนกลับ ต้องแวะไปลิ้มลองครับ ปิดทริป เชียงคาน ออกเดินทางกลับบ้าน อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มกาย อิ่มท้อง....



ทริปอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


No comments:

Post a Comment