.

Sunday, April 21, 2013

ซ้ายก็เหว ขวาก็เหว ไปวัดใจที่เขาสันคมมีด......เขาช้างเผือก อช.ทองผาภูมิ

" ไปให้สุดขอบฟ้า … จะไม่มองย้อนมา
   จะมุ่งไปให้ถึงดวงดาวที่ฝันใฝ่
   ไม่ว่ามันจะใกล้จะไกลสุดขอบฟ้า ….
   จะไม่มีใครมาหยุดหรือมีแรงมาฉุดเรา
   ตราบใดที่เรานั้นไม่หยุดเรา ต้องลองดู โว้ ต้องลองดู โว้" 
  เนื้อเพลง สุดขอบฟ้า Thaitanium feat. แอ๊ด คาราบาว”

       พอฟังเพลงนี้ จบ ก็ได้คำตอบให้กับตัวเองว่า เอ้า!! ไปก็ไปว่ะ  ถึงต้องไปคนเดียว กูก็จะไปให้เห็นกับตามตัวเองให้ได้  มันคงไม่เกินกำลังของร่างกาย จนไม่ไหวหรอก นักท่องไพรที่ไหนๆเขาก็ไปกัน  ขอบอกเพื่อนๆก่อนว่า ผมก็ไม่เคยมาออกทริป เดินป่า เดินเขา อะไรอย่างนี้หรอก  ส่วนใหญ่ ก็ไปในที่ ที่รถเข้าถึง สรุปก็คือ ที่มันไม่ยากนั่นแหละ  แต่หลังจาก ท่องเน็ต จนไปเจอ สถานที่แห่งนี้แหละ ในใจก็คิดว่า  "มันมีที่อย่างนี้ด้วยเหรอว่ะ"  555  


 ก็เลยหาข้อมูล มาได้บางส่วน ความยากระดับ 3  สำหรับคนไม่เคยอย่างเราจะไหวไหมว่ะเนี่ย

          ขอตัดมาตอนเดินทางเลยแล้วกัน เดี๋ยวจะรำคาญกันซะก่อน ^_^  มาถึง ที่ บ้าน อีต่อง ก็ประมาณตี 5 กว่าๆ เงียบสงบมาก (ก็เขายังไม่ตืนกันเลย) อากาศกำลังดี  เลยเตรียมตัว เช็คสัมภาระ  รอกินข้าวเช้า


          พอกินข้าวกันแล้ว ก็เดิน วอร์มร่างกายสักหน่อย สำรวจบริเวณรอบๆหมู่บ้าน (แบบว่าพลังยังเหลือเยอะ 555) เดินไปเดินมา ก็ไปเจอ พี่น้องกลุ่มอื่นๆ ที่จะเดินทางไปพิชิต ยอดเขาด้วยกัน




  เช็คกล้องไปในตัวด้วย









         ระหว่างรอ เจ้าหน้าที่อุทยาน ทองผาภูมิ และลูกหาบ มาก็เดิน ถ่ายไปเรื่อยๆ และก็ทำความรู้จัก พี่น้องร่วมทริป จะได้สนุกด้วยกัน ตลอดทริป
แต่ขอบอกเลยครับ รูปภาพจากนี้ไปจะมีแต่เดิน กับเดิน และก็เดิน  อย่าพึ่งเบื่อกันซะก่อนล่ะ อิอิอิ


ส่วนระยะทางที่ต้องเดินเท้า ก็ตามนั้นเลย    งั้นก็เดินทางกันเลย Let's Go  \\(*0*)//


             เดินๆๆๆๆ แดดก็เริ่มร้อนแล้ว  ทางข้างหน้าจะเป็นยังไงเนี่ย??? ตามที่สอบถามคงใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงขึ้นไป โดนแดดตอนเที่ยงแน่นอน ตัวไหม้ชัวร์ T_T


        เส้นทาง ออกมาทางหลังหมู่บ้าน ตัดเข้าป่าเลย แต่ช่วงแรก จะยังเป็นทาง ราบก่อน มีร่มไม้ตลอดทาง ก็เดินเล่น ชิล ชิล ชมนกชมไม้ไปก่อน


  เดินทางมาได้ ประมาณ 40 นาที ทางเริ่มไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ก็มาเจอป้ายบานนี้


           เป็นประตู ต้อนรับ นักเดินทางที่จะขึ้นเขา  แปลว่า  "เพิ่งเริ่มต้น เหรอเนี่ย" ป๊าดดดดดด!!! แล้วที่กรู เดินมา 40กว่านาที ยังไม่นับหรอ    ไม่เป็นไร ยังไงก็จะไป อุปสรรคแค่นี้หยุดข้าพเจ้าไม่ได้หรอก ฮึ๊บ ฮึ๊บ!!


          เดินไปเรื่อยๆ ก็มีวิวสวยๆมาฝากจากฝั่งพม่า  ทะเลหมอกที่อลังการมาก สูดลูกหูลูกตา แต่ไม่มีเวลาถ่าย เดี๋ยวตามแถวไม่ทัน เอาไปแคนี้ก่อน เป็นออเดิฟ ^ ^


ยังสดๆอยู่ ตอนนี้ ยังยิ้มได้ 


เดินไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักบ้าง แต่ตอนนี้เริ่มเดินออกมาหลังเขาแล้ว รับแดดเต็มๆ ก็พักบ่อยหน่อย


สมาชิกร่วมเดินทางครับ ชื่อไรก็ไม่รู้ ถามเจ้าหน้าที่ ได้คำตอบว่า มันเป็น หมาภูเขา (ฮา)


        ข้ามไปลูกแล้วลูกเล่า กี่ลูกแล้วว่ะเนี่ย เมื่อไหร่จะหมด เรี่ยวแรงเริ่มจะหมดแล้ว โดนแดดเผาผลาญไปเยอะ  ข้ามลูกนึง หาที่หลบแดด ทีนึง 555


อาวุธประจำกายที่ทุกคนต้องมี " ยาดม ตราโป๊ยเซียน" 555
เดินมาได้สัก 3 ชั่วโมงแล้ว ก็มาเจอป้าย บอกทาง บอกว่าเหลืออีก 500เมตร  อีกนิดเดียวเว้ยเฮ้ย!!
แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า 500 เมตรที่เหลือ ส่วนใหญ่เดินกันเป็นชั่วโมงเลย เพราะต้องข้ามเขาอีก 2ลูก แบบว่าสูงและชัน


          นี่คือเส้นทาง 500 เมตรที่เหลือ ก่อนถึง แคมป์ (กรูจะดีใจ หรือ เสียใจ ดีว่ะเนีย) ทางมันชัน อิ๊บ อ๋าย จากภาพเดินทางข้ามเขาสุดชันอีก 2 ลูก ก็จะเจอทางลงทีสุดชัน ขาหมดแรงแล้วนะ เวิ้งข้างล่างคือแคมป์ แล้วต้องเดินทางต่อไปอีก 1.5 กิโลเมตร เดินขึ้นอย่างเดียวนะ ผ่านเส้นสันคมมีด และก็จะไปถึง ยอดเขาช้างเผือก(ขวาบนของภาพ)ที่ตั้งใจไว้ว่าจะพิชิต ให้ได้  เหนื่อยโคตรๆ ตอนนี้


ถึงที่พักแล้วพักจนหายเหนื่อย จัดแจงสัมภาระให้เรียบร้อยก็จะเตรียมตัวเดินทางต่อ


           เดินต่อไป เดิน ๆ ๆ แต่เบาตัวหน่อย ไม่ต้องแบกกระเป๋าไป ถือไปแต่กล้องคู่กายอย่างเดียว แต่ บ่องตง ขาไม่มีแรงแล้ว กว่าจะได้แต่ละก้าว แทบยกไม่ขึ้น

มีปีนป่ายด้วย ตรงนี้ถือเป็นจุดขายของงาน สันคมมีดซึ่งทุกคนต้องผ่านมันไป ถึงจะไปพิชิตยอดเขาได้  ก้าวขาไม่ค่อยออกแล้วเหนื่อย  

ลูกสุดท้ายแล้วเว้ยเฮ้ย!! อีกนิดเดียว \\(*0*)// 

                ตามสูตรต้องถ่ายรูปกับป้าย สุดเขตฯ บอกระดับความสูง ถ่ายครบองค์เลย พร้อมเจ้าหมาภูเขา มันก็มาร่วมพิชิตยอดเขาด้วย 555


ต้องรีบแคมป์แล้ว เมฆฝนก้อนใหญ่กำลังมา เดี๋ยวกลับลำบาก  แต่ก็ยังมีคนขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ


ขากลับก็ยังต้องผ่านสันคมมีดเหมือนเดิม แต่เริ่มชินกับความสูงแล้ว เริ่มนิ่ง 555

ช่วยกันทำกับข้าวมื้อเย็น กินง่ายๆ เพราะเริ่มขี้เกียจทำหมดแรง  แต่ก็เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดมื้อนึงเลย


หลับสบายเลยน้อง สงสัยจะเพลียจัด


หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ประชุมเครียด  ก่อนนอน

             เสียดายที่เมื่อคืน ฝนตกฟ้าเลยปิด อดถ่ายดวงดาวเลย  แต่เช้ามา ธรรมชาติก็ชดเชยให้มาเป็นทะเลหมอก กว้างไกลสุดสายตา  เลยเอาภาพมาฝาก เป็นทะเลหมอก กับ แสงแดดยามเช้า สวยๆ  ^ ^

ก่อนกลับก็ขอถ่ายรูปผู้ร่วมออกทริปด้วยกันสักรูป เป็นภาพความทรงจำ

            ก่อนกลับก็มีอุปสรรคซะแล้ว หมอกลงเยอะมาก แทบจะมองทางไม่เห็นเลย ลื่นด้วย แต่ก็ต้องเดินทางต่อไป   แต่ก็ได้รูปสวยๆระหว่างทางกลับ มาฝากกันครับ








               ระหว่างกลับ ก็จะสวนกลับ กรุ๊ป นักเดินทางทริปใหม่ ก็ทักทายกันตามภาษาคนรู้จักกัน(ตอนไหนว่ะ)555
คนไทยรักกันอยู่แล้วครับ ^__^

            ช่วงระหว่างเดินทางกลับ น้ำก็หมด พลังก็หมด แต่ก็เหมือนมี ฟ้าประทาน มีลูกหาบท่านนึง ที่กลับไปถึงในหมู่บ้าน หิ้วน้ำอัดลม แช่เย็นเจี๊ยบบบบบ มาขาย แพงเท่าไหร่ก็ซื้อว่ะชั่วโมงนั้น พลังกลับมาเลย

ถ่ายรูปกับน้องรักสักรูปเป็นที่ระลึก


ถึงหมู่บ้านก็แยกย้าย กันไปอาบน้ำทันที ไม่ไหวแล้วร่างกายมีแต่เหงื่อตั้งแต่ขาไปแล้ว


ก่อนกลับ แวะ ที่ อช.ทองผาภูมิสักหน่อย ไปหาดาราดัง " น้องแจ๋วแหว๋ว"  ซนมากมาย ^_^


รูปรวมอีกสักรูป ทริปนี้ประทับใจมาก ทั้งเหนื่อย ทั้งสนุก
ขอบคุณสำหรับรอยยิ้ม และ มิตรภาพที่ให้กันระหว่างทาง ไว้เจอกันทริปหน้าครับ


ปล. ลืมบอกไป ทริปเขาช้างเผือกนี้ ถ้าคนไหนไปถึงยอดช้างเผือก จะได้รับใบประกาศนียบัตร เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลด้วย




อันนี้เป็นคลิปวีดีโอ ที่ถ่ายไว้ตลอดการเดินทาง มีหลายคลิป แต่เอามาเรียบเรียงต่อกันเป็นไฟล์เดียว แล้วกล้องก็พังด้วย ช่วงแรกภาพเลยออกมาแปลกๆ และเนื้อหาก็จะดิบๆไปสักหน่อย แหะแหะ


ทริปอื่น ๆ ที่น่าสนใจ




No comments:

Post a Comment